ข่าวและบทความ
ทำไมเชนสะดวกซื้อรายใหญ่ถึงไม่ทำร้านสะดวกซักเอง
คำตอบโดยสรุป
ไม่ใช่เพราะธุรกิจไม่ทำกำไร แต่เพราะร้านสะดวกซักมีรายได้ต่อตารางเมตรต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อมาก ใช้เงินลงทุนต่อสาขาเป็นเครื่องจักรที่เสื่อมค่าใน 5 ปี ไม่มีการหมุนสินค้า และไม่ต้องการทำเลระดับพรีเมียมที่เชนใหญ่ประมูลกันอยู่แล้ว โมเดลนี้จึงเหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า
คำถามนี้มาจากไหน
บนเว็บบอร์ดการลงทุนของไทย มีการตั้งคำถามทำนองว่า ถ้าธุรกิจนี้ดีจริง ทำไมเชนค้าปลีกรายใหญ่ที่มีทั้งทุน ทำเล และระบบ ถึงไม่ลงมาทำเอง คำถามนี้เป็นคำถามที่ดี เพราะเป็นการตรวจสอบสมมติฐานด้วยพฤติกรรมของผู้เล่นที่มีข้อมูลมากที่สุดในตลาดค้าปลีก
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ โครงสร้างผลตอบแทนของร้านสะดวกซักไม่เข้ากับโมเดลของเชนสะดวกซื้อ ไม่ใช่ว่าธุรกิจไม่ทำกำไร
ความต่างเชิงโครงสร้างสี่ข้อ
| หัวข้อ | ร้านสะดวกซื้อ | ร้านสะดวกซัก |
|---|---|---|
| ที่มาของรายได้ | ขายสินค้าหมุนเวียนหลายพันรายการต่อวัน | ขายรอบการใช้เครื่อง จำกัดด้วยจำนวนเครื่องและเวลาต่อรอบ |
| เพดานรายได้ต่อวัน | เพิ่มได้ด้วยจำนวนลูกค้าและตะกร้าเฉลี่ย | ถูกจำกัดทางกายภาพ เครื่องหนึ่งเครื่องทำได้จำกัดรอบต่อวัน |
| สินทรัพย์หลัก | ชั้นวางและสินค้าคงคลังที่หมุนเร็ว | เครื่องจักรที่อายุใช้งานราว 5 ปี |
| ความต้องการทำเล | ต้องการทำเลที่คนเดินผ่านมาก | ต้องการที่พักอาศัยแบบเช่าโดยรอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นทำเลพรีเมียม |
ข้อที่สองคือหัวใจ ร้านสะดวกซื้อเพิ่มรายได้ต่อสาขาได้เรื่อย ๆ ด้วยจำนวนลูกค้าและสินค้าใหม่ แต่ร้านสะดวกซักมีเพดานทางกายภาพ เครื่องหนึ่งเครื่องทำได้จำกัดรอบต่อวัน ถ้าอยากได้รายได้เพิ่มต้องเพิ่มเครื่อง ซึ่งแปลว่าต้องเพิ่มพื้นที่และเงินลงทุน สำหรับองค์กรที่วัดผลด้วยรายได้ต่อตารางเมตร นี่คือข้อจำกัดที่ชี้ขาด
แล้วทำไมถึงเหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อย
- ไม่ต้องการทำเลระดับพรีเมียมที่เชนใหญ่ประมูลแข่งกัน จึงจ่ายค่าเช่าถูกกว่าในทำเลที่เชนใหญ่ไม่สนใจ
- ไม่ต้องบริหารสินค้าคงคลัง ไม่มีของหมดอายุ ไม่มีการสั่งของผิด ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ระบบใหญ่
- ไม่ต้องมีพนักงานประจำ ทำให้ผู้ประกอบการรายเดียวดูแลได้หลายสาขา
- ขนาดเงินลงทุนต่อสาขาอยู่ในระดับที่บุคคลธรรมดาเข้าถึงได้ด้วยสินเชื่อ ต่างจากธุรกิจค้าปลีกที่ต้องใช้ระบบกระจายสินค้าทั้งเครือ
พูดอีกแบบคือ ข้อจำกัดที่ทำให้ธุรกิจนี้ไม่น่าสนใจสำหรับเชนใหญ่ คือข้อเดียวกับที่ทำให้มันเข้าถึงได้สำหรับผู้ลงทุนรายย่อย
แต่รายใหญ่ก็เข้ามาแล้วในอีกรูปแบบหนึ่ง
ข้อสังเกตที่ควรรู้คู่กัน คือทุนใหญ่เข้าตลาดนี้แล้ว แต่เข้าคนละทางกับที่คนถามคาดไว้ ผู้ผลิตเครื่องซักผ้ารายใหญ่เข้ามาทำแบรนด์ร้านของตัวเองในไทย และมีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ขยายสาขาของบริษัทเองกว่า 600 สาขา โดยหยุดขายแฟรนไชส์ไปเมื่อต้นปี 2569
ข้อสรุปที่ควรเอาไปใช้: ธุรกิจนี้ไม่ได้ถูกปฏิเสธโดยทุนใหญ่ แต่ทุนใหญ่เลือกเล่นแบบเป็นเจ้าของสาขาเองมากกว่าขายแฟรนไชส์ ผู้ลงทุนรายย่อยจึงควรถามว่าแบรนด์ที่ตัวเองคุยอยู่ ได้กำไรจากการขายเครื่องและค่าแรกเข้า หรือได้กำไรจากการที่สาขาของผู้ลงทุนอยู่รอดในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ไม่ทำร้านสะดวกซักเอง
- เพราะโครงสร้างผลตอบแทนไม่เข้ากับโมเดลของเชนสะดวกซื้อ ร้านสะดวกซักมีรายได้ต่อตารางเมตรต่ำกว่า มีเพดานรายได้ต่อวันตามจำนวนเครื่อง สินทรัพย์หลักเป็นเครื่องจักรที่เสื่อมค่าในราว 5 ปี และไม่ต้องการทำเลพรีเมียมที่เชนใหญ่แข่งกันอยู่แล้ว ไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่ทำกำไร
- แปลว่าธุรกิจนี้ไม่ดีใช่ไหม
- ไม่ใช่ ข้อจำกัดที่ทำให้ไม่เหมาะกับเชนใหญ่ คือข้อเดียวกับที่ทำให้เหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อย ได้แก่ ไม่ต้องบริหารสินค้าคงคลัง ไม่ต้องมีพนักงานประจำ และไม่ต้องใช้ทำเลพรีเมียม แต่ต้องเลือกทำเลให้ถูกและประเมินคู่แข่งในรัศมีให้ครบ
- ทุนใหญ่เข้ามาในธุรกิจนี้แล้วหรือยัง
- เข้ามาแล้ว แต่คนละทางกับที่หลายคนคาด ผู้ผลิตเครื่องรายใหญ่เข้ามาทำแบรนด์ร้านของตัวเองในไทย และมีผู้ประกอบการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ขยายสาขาของบริษัทเองกว่า 600 สาขา โดยประกาศหยุดขายแฟรนไชส์เมื่อต้นปี 2569